27 ตุลาคม 2026

🇭🇰 ถึงฮ่องกงดึก เข้าเมืองยังไง? รีวิวบิน Thai Airways TG602 นั่งรถบัส A22 ไป Jordan พร้อมแผนสำรอง N21

ถึงฮ่องกงดึก เข้าเมืองยังไง? รถบัส A22, N21 | TripZaa

เที่ยวฮ่องกงด้วยตัวเอง EP.1 | กรุงเทพฯ – ฮ่องกง – Largos Hotel

ใครกำลังวางแผนเที่ยวฮ่องกงด้วยตัวเอง แล้วจองเที่ยวบินที่ไปถึงฮ่องกงตอนดึก ๆ เคยสงสัยกันไหมคะว่า ถ้าเครื่องลง 4 ทุ่ม กว่าจะผ่าน ตม. รับกระเป๋า ซื้อ Octopus แล้วเดินไปขึ้นรถบัส จะยังทันรถเข้าเมืองอยู่ไหม?

ทริปนี้ TripZaa จะพาทุกคนเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปฮ่องกงด้วยสายการบิน Thai Airways เที่ยวบิน TG602 เวลา 18:10 น. ซึ่งตามกำหนดการจะถึงฮ่องกงเวลา 22:00 น.

ฟังดูเหมือนยังไม่ดึกมากใช่ไหมคะ? แต่ความจริงคือเครื่องบินดีเลย์ไปประมาณ 30 นาที แถมเรายังต้องผ่าน ตม. รับกระเป๋า ซื้อบัตร Octopus และกดเงินสดอีก กว่าจะไปถึงจุดขึ้นรถบัสก็เกือบเที่ยงคืนแล้วค่ะ!

วันนี้เลยจะมาเล่าให้ฟังตั้งแต่ต้นจนจบ พร้อมข้อมูลที่ควรรู้สำหรับคนที่กำลังจะเดินทางตามรอยกันค่ะ

เริ่มต้นทริปที่สนามบินสุวรรณภูมิ ตามหาเคาน์เตอร์ Thai Airways

มาถึงสนามบินสุวรรณภูมิแล้ว ภารกิจแรกของเราก็คือเดินไปดูบอร์ดแสดงเที่ยวบิน เพื่อเช็กว่าเที่ยวบิน TG602 ของการบินไทยต้องไปโหลดกระเป๋าที่เคาน์เตอร์ไหน

ทริปนี้พวกเราเช็กอินออนไลน์กันมาเรียบร้อยแล้วค่ะ จึงไม่ต้องเริ่มขั้นตอนเช็กอินใหม่ทั้งหมด เพียงเดินไปที่ ช่อง J19 เพื่อโหลดกระเป๋าตามข้อมูลที่ได้รับในวันเดินทาง

พอโหลดกระเป๋าเสร็จ ก็ได้เวลาเดินเข้าสู่ขั้นตอนตรวจหนังสือเดินทางขาออกและตรวจความปลอดภัย เตรียมตัวไปเที่ยวฮ่องกงกันแล้ว!

TripZaa Tips: ใครที่เช็กอินออนไลน์มาแล้ว อย่าลืมตรวจสอบว่าต้องไปช่อง Bag Drop หรือเคาน์เตอร์ไหน เพราะหมายเลขเคาน์เตอร์สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละวัน และควรเผื่อเวลาสำหรับการตรวจเอกสารและโหลดสัมภาระด้วยค่ะ

แวะถ่ายรูปประติมากรรม “กวนเกษียรสมุทร” แลนด์มาร์กสนามบินสุวรรณภูมิ

ผ่านขั้นตอนตรวจหนังสือเดินทางมาแล้ว เราก็ไม่พลาดแวะถ่ายรูปกับประติมากรรมขนาดใหญ่ที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ประจำสนามบินสุวรรณภูมิ นั่นก็คือ “กวนเกษียรสมุทร” (Churning of the Ocean of Milk)

ประติมากรรมนี้สร้างขึ้นจากตำนานฮินดู เล่าเรื่องเหล่าเทวดาและอสูรร่วมกันกวนมหาสมุทรแห่งน้ำนม เพื่อให้ได้น้ำอมฤต โดยใช้พญานาควาสุกีเป็นเชือก และมีเขามันทระเป็นแกนในการกวน

ตรงกลางจะเห็นพระวิษณุประทับอยู่เหนือพญาเต่า ส่วนสองฝั่งเป็นเหล่าเทวดาและอสูรที่กำลังดึงพญานาคค่ะ

เรียกว่าเป็นจุดถ่ายรูปส่งท้ายประเทศไทยที่สวยงามและมีเรื่องราวทางวัฒนธรรมให้เรียนรู้ไปพร้อมกันเลย

เกต S128 ต้องนั่งรถไฟ APM ไปด้วย!

หลังจากถ่ายรูปเสร็จ เราก็เดินต่อไปยังเกตขึ้นเครื่อง ซึ่งเที่ยวบินของเราอยู่ที่ S128

เห็นตัว S ขึ้นต้นแบบนี้ ก็หมายความว่าเราต้องเดินทางไปยังอาคารเทียบเครื่องบินรอง SAT-1 ค่ะ

วิธีไปก็ไม่ยากเลย เดินตามป้ายไปยังเกต S ลงบันไดเลื่อนไปยังสถานีรถไฟ แล้วขึ้นรถไฟ APM (Automated People Mover) ที่เชื่อมระหว่างอาคารผู้โดยสารหลักกับ SAT-1

รถไฟขบวนนี้เป็นระบบขนส่งอัตโนมัติ ไม่ต้องมีคนขับ ใช้เวลาเดินทางเพียงไม่กี่นาที

แต่ความสนุกของพวกเราไม่ได้อยู่แค่การนั่งรถไฟนะคะ!

เพราะเราได้ไปยืนถ่ายรูปบริเวณหัวขบวน มองเห็นรางรถไฟทอดยาวอยู่ด้านหน้าแบบเต็ม ๆ ตื่นเต้นกันมาก โดยเฉพาะเด็กน้อยของบ้านที่ดูจะสนุกกับการนั่ง APM ไม่แพ้การขึ้นเครื่องบินเลยค่ะ

เกร็ดน่ารู้: อาคาร SAT-1 ช่วยเพิ่มพื้นที่รองรับเที่ยวบินและผู้โดยสารของสนามบินสุวรรณภูมิ หากได้รับเกตขึ้นต้นด้วย S ควรเผื่อเวลาเดินทางไปยังอาคารนี้ด้วย และตรวจสอบเกตจากบอร์ดอีกครั้งเสมอ

ถึงเกตแล้ว แต่ยังมีอะไรให้ดูอีกเพียบ!

พอมาถึงเกต S128 สิ่งที่ทำให้พวกเราตื่นตาตื่นใจอีกอย่างก็คือวิวเครื่องบินลำใหญ่ที่จอดอยู่ด้านนอกค่ะ

จากบริเวณหน้าต่างสามารถมองเห็นการทำงานของเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินด้านล่าง ทั้งรถลากกระเป๋า รถขนสัมภาระ และทีมงานที่กำลังเตรียมเครื่องบินให้พร้อมออกเดินทาง

ปกติเวลาเรานั่งอยู่บนเครื่องก็ไม่ค่อยมีโอกาสเห็นเบื้องหลังเหล่านี้เท่าไหร่ พอได้มองจากด้านบนแบบนี้ก็เพลินไปอีกแบบค่ะ

แน่นอนว่า TripZaa ไม่พลาดหยิบกล้องขึ้นมาเก็บภาพเครื่องบินเอาไว้เป็นที่ระลึกด้วย

ได้เวลาขึ้นเครื่องแล้ว! เด็กน้อยยิ้มแฉ่งเลย

และแล้วก็ถึงเวลาที่รอคอยค่ะ!

พอเจ้าหน้าที่ประกาศเรียกขึ้นเครื่อง เด็กน้อยของเราก็ยิ้มแฉ่งทันที ความตื่นเต้นก่อนออกเดินทางนี่เป็นอะไรที่น่ารักจริง ๆ

วันนี้เราจะบินจากกรุงเทพฯ ไปยัง Hong Kong International Airport ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 50 นาทีตามกำหนดการ

แต่วันเดินทางจริง เที่ยวบินของเราล่าช้ากว่ากำหนดประมาณครึ่งชั่วโมง ทำให้เวลาไปถึงฮ่องกงเลื่อนจาก 22:00 น. เป็นประมาณ 22:30 น.

ตอนนั้นยังไม่คิดเลยค่ะว่าเวลาเพียง 30 นาทีที่หายไป จะทำให้ภารกิจเข้าเมืองคืนนี้ต้องลุ้นกันขนาดไหน!

ก่อนเครื่องลงฮ่องกง วิวจากหน้าต่างสวยจนต้องหยิบกล้อง!

พอเครื่องบินเริ่มลดระดับเข้าใกล้น่านฟ้าฮ่องกง เราก็มองออกไปนอกหน้าต่าง แล้วต้องรีบหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายเลยค่ะ

เพราะในทะเลมีเรือจอดอยู่เต็มไปหมด!

ทั้งเรือบรรทุกสินค้าและเรืออีกหลายประเภทกระจายตัวอยู่ทั่วบริเวณ เป็นภาพที่ทำให้รู้สึกเลยว่าฮ่องกงเป็นเมืองท่าที่มีความสำคัญมากขนาดไหน

ที่น่าตื่นเต้นไปกว่านั้นคือ เรายังมองเห็น สะพานฮ่องกง–จูไห่–มาเก๊า (Hong Kong–Zhuhai–Macao Bridge หรือ HZMB) จากบนเครื่องบินด้วยค่ะ

สะพานแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการเชื่อมต่อข้ามทะเลระยะทางประมาณ 55 กิโลเมตร ประกอบด้วยสะพาน อุโมงค์ใต้ทะเล และเกาะเทียม เชื่อมพื้นที่ฮ่องกง จูไห่ และมาเก๊าเข้าด้วยกัน

ยิ่งพอรู้ว่าทริปนี้เราจะเดินทางต่อไปมาเก๊าด้วย ก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้นเป็นพิเศษค่ะ

ถึงสนามบินฮ่องกงแล้ว! เครื่องลงปุ๊บ รถขนกระเป๋ามาไวมาก

ในที่สุดเครื่องบินก็ลงจอดที่สนามบินฮ่องกงเรียบร้อยค่ะ

ระหว่างที่เครื่องกำลังจอด เรามองออกไปนอกหน้าต่างแล้วเห็นรถขนสัมภาระของเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินเข้ามาเตรียมรับกระเป๋าอย่างรวดเร็ว

เป็นอีกหนึ่งภาพเบื้องหลังการทำงานในสนามบินที่เราได้เห็นกันแบบใกล้ ๆ

หลังจากลงเครื่องแล้ว เราก็เดินตามป้าย Immigration / Arrivals เพื่อไปยังด่านตรวจคนเข้าเมืองฮ่องกง

สำหรับนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปเที่ยวฮ่องกงระยะสั้น โดยทั่วไปสามารถเข้าฮ่องกงได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้าสำหรับการพำนักไม่เกิน 30 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการเข้าเมืองและดุลพินิจของเจ้าหน้าที่

ผ่าน ตม. ฮ่องกงตอนดึก ง่ายกว่าที่คิด! ไม่ต้องกรอกใบ ตม. ไม่ต้องประทับตราพาสปอร์ต

พอลงจากเครื่องแล้ว เราก็เดินตามป้าย Immigration ไปผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองฮ่องกงกันค่ะ ใครที่ไม่ได้มาฮ่องกงนาน หรือกำลังจะมาเที่ยวครั้งแรก มีข้อมูลใหม่ที่อยากบอกเลยว่า ตอนนี้ นักท่องเที่ยวไม่ต้องกรอกใบ ตม. ขาเข้า (Arrival Card) แล้วนะคะ!

ฮ่องกงยกเลิกการกรอกใบ Arrival Card และ Departure Card สำหรับนักท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2024 ทำให้ขั้นตอนสะดวกขึ้นเยอะเลยค่ะ ไม่ต้องมานั่งกรอกชื่อ ที่อยู่โรงแรม หรือรายละเอียดเที่ยวบินลงในกระดาษเหมือนเมื่อก่อน

อีกเรื่องที่หลายคนอาจสงสัยก็คือ ทำไมผ่าน ตม. แล้วไม่มีตราประทับในพาสปอร์ต?

ไม่ต้องตกใจค่ะ เพราะฮ่องกงใช้ระบบไม่ประทับตราพาสปอร์ตสำหรับนักท่องเที่ยวมานานแล้ว เมื่อผ่านด่านเรียบร้อย เจ้าหน้าที่จะออกกระดาษสลิปใบเล็ก ๆ สีขาว เรียกว่า Landing Slip ให้แทน

บนสลิปจะมีข้อมูลสำคัญ เช่น ชื่อของเรา หมายเลขพาสปอร์ต วันที่เดินทางเข้าฮ่องกง และวันที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ได้ถึง

ตรงนี้อยากฝากเตือนกันสักนิดค่ะ อย่าทำสลิปใบนี้หายนะ!

เพราะกระดาษใบเล็ก ๆ นี้เป็นหลักฐานแสดงเงื่อนไขการพำนักในฮ่องกง แนะนำให้เก็บไว้ในพาสปอร์ตหรือซองเอกสารตลอดทริป จนกว่าจะเดินทางออกจากฮ่องกง เผื่อเจ้าหน้าที่ต้องการตรวจสอบข้อมูลค่ะ

แต่ถ้าเผลอทำหายก็ไม่ต้องตกใจจนเกินไปนะคะ เพราะตามข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองฮ่องกง การทำ Landing Slip หายโดยปกติไม่ได้ทำให้มีปัญหาในการผ่านด่านขาออก และสามารถติดต่อขอใบใหม่ได้

ผ่าน ตม. มาได้เรียบร้อย ก็ถึงเวลาตามหากระเป๋าเดินทางของเราค่ะ

รับกระเป๋าที่สายพานหมายเลข 9 รอแค่ 5 นาที!

หลังจากผ่าน ตม. เราก็เดินไปดูบอร์ดแสดงข้อมูลสัมภาระ (Baggage Claim) เพื่อเช็กว่าเที่ยวบิน TG602 ต้องรับกระเป๋าที่สายพานไหน

คำตอบก็คือ สายพานหมายเลข 9

พอเดินไปถึงก็เห็นบอร์ดแสดงเวลาที่คาดว่ากระเป๋าจะเริ่มมาถึง ซึ่งในวันนั้นระบุไว้ที่ 23:07 น.

พวกเรายืนรออยู่เพียงประมาณ 5 นาที กระเป๋าก็ออกมาแล้วค่ะ!

ถือว่ารวดเร็วมาก ไม่ต้องเสียเวลารอสัมภาระนานเหมือนที่กังวลไว้เลย

จากนั้นเราก็ลากกระเป๋าผ่านบริเวณศุลกากร (Customs) และออกมายังโถงผู้โดยสารขาเข้าค่ะ

ตามป้าย To City เข้าเมือง แต่แอบเสียดายน้องแมวยักษ์!

พอออกมาด้านนอก สิ่งแรกที่เรามองหาก็คือป้าย To City เพราะคืนนี้เราต้องเดินทางเข้าเมืองไปยังโรงแรม Largos Hotel ในย่าน Jordan

แต่จริง ๆ แล้วพวกเรามีอีกหนึ่งภารกิจที่ตั้งใจไว้ค่ะ

นั่นก็คือการไปถ่ายรูปกับน้องแมวยักษ์ที่เคลื่อนไหวได้ ซึ่งเคยเป็นจุดถ่ายรูปน่ารัก ๆ ภายในสนามบินฮ่องกง

เสียดายมาก เพราะพอมาถึงจริง ๆ บริเวณนั้นเปลี่ยนเป็นธีมจัดแสดงอื่นแล้ว คาดว่าน่าจะสิ้นสุดช่วงจัดแสดงน้องแมวไปเรียบร้อย

ก็เลยอดถ่ายรูปกับน้องแมวตามที่ตั้งใจไว้ค่ะ

แต่ไม่เป็นไร เพราะตอนนี้เรามีภารกิจสำคัญกว่า นั่นก็คือซื้อบัตร Octopus กดเงินสด และรีบไปขึ้นรถบัสก่อนหมดรอบ!

ซื้อบัตร Octopus ที่สนามบินฮ่องกง ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก

พวกเราเดินตรงไปยังบริเวณสถานี Airport Express หรือ MTR ภายในสนามบิน เพื่อซื้อบัตร Octopus กันก่อนค่ะ

บัตร Octopus เป็นเหมือนบัตรสารพัดประโยชน์ของฮ่องกง เพราะนอกจากใช้จ่ายค่ารถไฟ MTR และรถบัสแล้ว ยังใช้กับรถราง เรือเฟอร์รี่ ร้านสะดวกซื้อ และร้านค้าต่าง ๆ ได้อีกด้วย

ทริปนี้เราเดินทางกัน 3 คน ผู้ใหญ่ 2 คน และเด็ก 8 ขวบอีก 1 คน จึงต้องเตรียมบัตรทั้งแบบผู้ใหญ่และแบบเด็กค่ะ

บัตร Octopus ราคาเท่าไหร่ มีค่ามัดจำไหม?

บัตร Octopus มีหลายประเภท ซึ่งราคาและเงื่อนไขไม่เหมือนกันนะคะ

สำหรับ Standard On-Loan ตามข้อมูลปัจจุบัน ราคาผู้ใหญ่ HK$200 ประกอบด้วยเงินมัดจำ HK$50 และยอดใช้จ่าย HK$150 ส่วนบัตรเด็ก HK$100 มีเงินมัดจำ HK$50 และยอดใช้จ่าย HK$50

ถ้าคิดตามราคานี้ ครอบครัวเรา 3 คนจะใช้เงินเริ่มต้นรวม HK$500 โดยเป็นค่ามัดจำที่ขอคืนได้ตามเงื่อนไขรวม HK$`150

ข้อควรรู้: บัตร Standard On-Loan กับ Tourist Octopus เป็นคนละประเภทกัน และจุดจำหน่ายในสนามบินอาจไม่ได้ขายครบทุกแบบ โดยเฉพาะบริเวณ Airport Station ดังนั้นก่อนซื้อควรตรวจสอบชนิดบัตรที่เคาน์เตอร์หรือเครื่องจำหน่ายก่อนค่ะ

ข้อมูลราคา: เว็บไซต์ Octopus อย่างเป็นทางการ

กดเงินสดที่ตู้ HSBC ใช้บัตร YouTrip ถอน HK`$6,000

หลังจากจัดการเรื่องบัตร Octopus แล้ว เราก็แวะกดเงินสดกันต่อค่ะ

บริเวณหน้าสถานีมีตู้ ATM ของธนาคาร HSBC ให้บริการ พวกเราใช้บัตร YouTrip ของกสิกรไทยถอนเงินสดจำนวน HK$`6,000

ตอนแรกก็แอบลุ้นเหมือนกันว่าจะโดนค่าธรรมเนียมกดเงินหรือเปล่า แต่รายการที่เราทำครั้งนี้ไม่มีค่าธรรมเนียมการถอนเงินค่ะ!

สำหรับใครที่คิดจะใช้บัตรเดินทางกดเงินสดต่างประเทศแบบเรา แนะนำให้ตรวจสอบเงื่อนไขบัตรและค่าธรรมเนียมล่าสุดก่อนเดินทางด้วยนะคะ เพราะค่าธรรมเนียมขึ้นอยู่กับทั้งผู้ออกบัตร ธนาคารเจ้าของตู้ และเงื่อนไขของรายการ

นอกจากนี้อย่าลืมเก็บเงินสดย่อยไว้บ้าง เพราะแม้ฮ่องกงจะใช้ Octopus กันอย่างแพร่หลาย แต่ร้านอาหารหรือร้านเล็ก ๆ บางแห่งก็ยังสะดวกรับเงินสดค่ะ

เกือบเที่ยงคืนแล้ว! รีบตามป้าย Bus ไปขึ้นรถ A22

หลังจากได้ทั้ง Octopus และเงินสดเรียบร้อย เราก็เดินตามป้าย Bus เพื่อไปยังจุดขึ้นรถบัสเข้าเมือง

พอมาถึงก็ต้องบอกเลยว่าจุดจอดรถบัสของสนามบินฮ่องกงใหญ่มากค่ะ! มีทั้งป้ายแสดงหมายเลขสายรถ ตารางเวลา และช่องจอดรถบัสหลายสาย

ตอนนั้นก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว พวกเราเลยรีบมองหาสาย A22 ว่ายังมีรอบรถอยู่ไหม และต้องไปขึ้นที่ช่องไหน

โชคดีมากค่ะ เพราะพอดูตารางแล้ว A22 ยังมีรอบรถให้บริการอยู่!

เราจึงเดินไปทางฝั่งขวาของบริเวณจุดจอดรถบัส เพื่อไปยังช่องจอด A22 ตามป้ายที่แสดงในวันนั้น

และพอเดินไปถึง…รถบัส A22 ก็จอดรออยู่แล้ว!

โอ้โห โล่งอกกันทั้งบ้านเลยค่ะ ไม่ต้องเปลี่ยนแผนไปนั่งรถกลางคืนสายอื่นแล้ว

รถบัส A22 เที่ยวสุดท้ายกี่โมง?

สำหรับใครที่เดินทางมาถึงฮ่องกงช่วงดึกแบบเรา เรื่องเวลารถบัสสำคัญมากค่ะ

จากข้อมูลตารางเดินรถที่เผยแพร่ มีบางตารางระบุเที่ยวสุดท้ายจากสนามบินเวลา 00:10 น. ขณะที่ประกาศตารางเดินรถอีกฉบับของ Citybus ระบุสิ้นสุดที่ 23:45 น. ดังนั้นเวลาเที่ยวสุดท้ายอาจแตกต่างกันตามช่วงที่ตารางมีผลบังคับใช้ และควรตรวจสอบข้อมูลสดก่อนเดินทางเสมอ

แนะนำให้ดูเวลารถจากเว็บไซต์ Citybus Hong Kong หรือแอป Citybus ซึ่งสามารถตรวจสอบเวลารถมาถึงโดยประมาณได้

ถ้าไม่ทัน A22 ยังเข้าเมืองได้ไหม? มี N21 เป็นแผนสำรอง

คำตอบคือได้ค่ะ!

ถ้าเกิดเที่ยวบินดีเลย์หนักกว่าเรา หรือใช้เวลาที่ ตม. นานจนไม่ทันรถ A22 ก็ยังมีทางเลือกอื่นสำหรับเข้าเมืองตอนกลางคืน

รถบัส N21 เป็นหนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะให้บริการช่วงกลางคืนจากสนามบิน ผ่านย่าน Mong Kok, Yau Ma Tei, Jordan และไปยัง Tsim Sha Tsui

หากพัก Largos Hotel สามารถพิจารณาลงบริเวณ Prudential Centre บนถนน Nathan Road แล้วเดินต่อไปโรงแรม แต่ต้องตรวจสอบป้ายจอดจริงของเที่ยวรถก่อนขึ้นนะคะ

อีกทางเลือกหนึ่งคือแท็กซี่สีแดง ซึ่งเหมาะสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก กระเป๋าเยอะ หรือเดินทางถึงดึกมากจนไม่อยากต่อรถหลายรอบ

อ่านตารางและเส้นทางรถได้จาก Citybus

ขึ้นรถ A22 ไป Jordan ลงป้าย Chi Wo Street, Jordan Road

ในที่สุดพวกเราก็ได้ขึ้นรถ A22 เรียบร้อยค่ะ!

คืนนี้จุดหมายปลายทางของเราคือ Largos Hotel โรงแรมที่ตั้งอยู่ในย่าน Jordan ซึ่งเป็นย่านที่เดินทางสะดวกและมีทั้งร้านอาหาร ตลาดกลางคืน และสถานี MTR อยู่ไม่ไกล

รถบัส A22 วิ่งจากสนามบินผ่านเส้นทางหลักเข้าสู่ฝั่งเกาลูน โดยมีป้ายจอดบน Jordan Road ก่อนเดินทางต่อไปยังย่านอื่น

สำหรับโรงแรมของเรา ให้ลงที่ป้าย Chi Wo Street, Jordan Road (志和街, 佐敦道) ซึ่งเป็นป้ายที่อยู่ใกล้โรงแรมมากค่ะ

เมื่อออกจากสนามบิน ป้ายสำคัญในช่วง Jordan จะเรียงดังนี้

  • Austin Station, Jordan Road
  • Shanghai Street, Jordan Road
  • Chi Wo Street, Jordan Road — ป้ายที่เราลง
  • Wylie Road, Gascoigne Road

ลำดับนี้อ้างอิงจากเส้นทาง A22 ฝั่งสนามบินเข้าเมือง และตรงกับคำแนะนำการเดินทางของ Largos Hotel ด้วยค่ะ

หมายเหตุ: ลำดับป้ายอาจมีการเพิ่มป้ายต้นทางหรือจุดแวะตามการปรับเส้นทาง จึงควรยึดชื่อป้ายมากกว่าการนับลำดับป้ายทั้งหมด

ลงรถหน้าสตาร์บัคส์ เดินเข้าซอยนิดเดียวก็ถึง Largos Hotel!

หลังจากนั่งรถมาได้สักพัก ในที่สุดเราก็มาถึงย่าน Jordan แล้วค่ะ

พอลงจากรถก็เห็นร้าน Starbucks อยู่บริเวณใกล้ป้าย เป็นจุดสังเกตที่จำได้ง่ายมาก

จากนั้นเราก็เดินเข้าซอยเล็ก ๆ ทางฝั่งขวาของร้าน Starbucks ตามเส้นทางที่เราใช้ในคืนนั้น ลากกระเป๋าเข้าไปอีกเพียงนิดเดียวก็ถึงโรงแรมแล้วค่ะ

โรงแรมของเราคือ Largos Hotel ตั้งอยู่ที่ 30 Nanking Street บริเวณถนน Chi Wo Street ใกล้สถานี MTR Jordan ทางออก B2 ตามข้อมูลของ Hong Kong Tourism Board

เรียกว่าเป็นทำเลที่สะดวกมากสำหรับคนที่เดินทางมาถึงฮ่องกงตอนดึก เพราะไม่ต้องลากกระเป๋าเดินไกลจากป้ายรถบัสค่ะ

และในที่สุด ภารกิจเดินทางจากกรุงเทพฯ มายังฮ่องกงของพวกเราก็สำเร็จ!

แม้จะมีเครื่องบินดีเลย์ ต้องผ่าน ตม. ซื้อ Octopus กดเงิน และลุ้นรถบัสเที่ยวดึกกันนิดหน่อย แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ

TripZaa Tips: 5 เรื่องที่อยากบอกคนบินถึงฮ่องกงช่วงดึก

  • เผื่อเวลาหลังเครื่องลงอย่างน้อย 1–2 ชั่วโมง หากต้องผ่าน ตม. รับกระเป๋า ซื้อบัตรเดินทาง และกดเงิน
  • ตรวจสอบตารางรถบัส A22 และเตรียมแผนสำรอง N21 หรือแท็กซี่ไว้
  • ซื้อบัตร Octopus ให้ตรงกับอายุผู้เดินทาง เด็ก 3–11 ปีมีบัตรประเภทเด็ก
  • ตรวจสอบค่าธรรมเนียมถอนเงินต่างประเทศของบัตรและตู้ ATM ก่อนใช้งาน
  • บันทึกชื่อโรงแรม ที่อยู่ภาษาจีน และชื่อป้ายรถบัสไว้ในมือถือ เผื่ออินเทอร์เน็ตใช้งานไม่ได้

ปิดท้าย EP.1 — ฮ่องกงคืนแรก แค่เดินทางก็มีเรื่องให้เล่าแล้ว!

จากสนามบินสุวรรณภูมิที่ได้ถ่ายรูปกับกวนเกษียรสมุทร นั่งรถไฟ APM ไปเกต S128 ดูเครื่องบินและเจ้าหน้าที่ทำงานจากหน้าต่าง ไปจนถึงวิวเรือเต็มทะเลและสะพานฮ่องกง–จูไห่–มาเก๊าจากบนฟ้า

ทุกช่วงของการเดินทางมีเรื่องราวให้เราได้เก็บเป็นความทรงจำจริง ๆ ค่ะ

และแม้คืนนี้จะเดินทางมาถึงโรงแรมค่อนข้างดึก แต่ความสนุกของทริปฮ่องกง–เซินเจิ้น–มาเก๊าเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น!

ตอนต่อไป TripZaa จะพาไปเที่ยวฮ่องกงกันแบบเต็ม ๆ ทั้งไหว้พระสายมู จุดถ่ายรูปสวย ๆ และบรรยากาศเมืองฮ่องกงที่เราอยากกลับมาสัมผัสอีกครั้ง

ฝากติดตามการเดินทางของพวกเราที่ TripZaa.com ด้วยนะคะ แล้วเจอกัน EP.2 ค่ะ 🇭🇰

ใส่ความเห็น

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า